แอปสำเร็จรูปคืออะไร? By SME Easy

เริ่มต้นรู้จักกับแอปสำเร็จรูป

แอปสำเร็จรูปคือแอปพลิเคชันเชิงพานิจที่พร้อมใช้งานสำหรับธุรกิจเฉพาะด้านโดยเฉพาะ เช่น แอปร้านขายของชำ แอปร้านขายยา แอปร้านอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้เองก็มีแยกอีกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ Hybrid และ Native

Hybrid กับ Native ต่างกันยังไง?

Native Application

Native Application เครื่องมือและภาษาหลักที่ถูกออกแบบมาให้ใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแฟลตฟอร์มนั้น ๆ โดยเฉพาะ คือ การพัฒนาแอพลิเคชั่น โดยอาศัย เครื่องมือ และภาษา ที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้เหมาะสมกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการนั้น ๆ เป็นภาษาแม่ของ ระบบปฏิบัติการนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น เครื่องมืออย่าง xcode และ ภาษา Objective-C หรือ Swift ถูกออกแบบมาให้ใช้พัฒนา mobile application บนระบบปฏิบัติการไอโอเอส iOS หรือ เครื่องมืออย่าง Android Studio, Android SDK และภาษาอย่าง JAVA ถูกเลือกให้ใช้ในการพัฒนา mobile application บนระบบปฏิบัติการแอนดรอย Andorid
ข้อดีของการพัฒนาแอพลิเคชั่นแบบ Native
– สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นการทำงานของ Platform นั้น ๆ ได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ
– ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด มีความยืดหยุ่นเอื่อประโยชน์ต่อนักพัฒนาสูงสุด
– ด้าน UX ( User Experience ) แอพพลิเคชั่นแบบ Native จะถูกพัฒนาอยู่บนพื้นฐาน System interface components ทำให้ End User คุ้นเคย และเข้าใจการใช้งานได้ดีกว่า
ข้อเสียของการพัฒนาแอพลิเคชั่นแบบ Native
– ใช้บุคลากรในการพัฒนาหลายคนและหรือใช้เวลาในการพัฒนาค่อนข้างสูง เพื่อสามารถให้รองรับการทำงานในแต่ละระบบปฏิบัติการ

Hybrid Application

เครื่องมือและภาษาที่ถูกพัฒนาเพิ่มคุณสมบัติให้สามารถนำมาพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นได้ การพัฒนาแอพลิเคชั่น โดยอาศัย Framework หรือ SDK ที่ถูกสร้างมาจากหลากหลายภาษา และมีเครื่องมือที่เหมาะสมกับ framework หรือ SDK นั้น ๆ ให้เลือกใช้ในการพัฒนาที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น Corona SDK ใช้ ภาษา lua , Adobe AIR ใช้ภาษา Action Script 3 หรือ UNITY ใช้ C# และ Javascript

ข้อเสียของการพัฒนาแอพลิเคชั่นแบบ Hybrid
– สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นการทำงานของ Platform นั้น ๆ ได้ไม่เต็มที่ อาจมีประสิทธิภาพการทำงานในบางฟังก์ชั่นด้อยกว่าการพัฒนาแบบ Native
– หากต้องการเข้าถึงฟังก์ชั่นการทำงานแบบ Native ต้องพัฒนาส่วนเสริม ( Extention ) ซึ่งก็ต้องพัฒนาร่วมกันระหว่างภาษาที่เป็น Native และ Hybrid
– ในด้าน UX ( User Experience ) แอพพลิเคชั่นแบบ Hybrid จะต้องพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ใกล้เคียงกับ System interface components ของระบบปฏิบัติการนั้น ๆ มากที่สุด
ข้อดีของการพัฒนาแอพลิเคชั่นแบบ Hybrid
– ประหยัดทรัพยากรในขั้นตอนการพัฒนา เช่น เวลา ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรบุคคลอย่างโปรแกรมเมอร์ เป็นต้น
– เป็นการพัฒนาแบบ Cross-Platform สามารถพัฒนาโดยใช้ชุดคำสั่งหรือภาษาใด ภาษาหนึ่ง ให้สามารถใช้งานได้ในหลายระบบปฏิบัติการ

จะเลือกใช้งานอย่างไร

การเลือกเครื่องมือและภาษาที่จะใช้ในการพัฒนาให้เหมาะสมกับงาน เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด บางเครื่องมือและภาษาเหมาะกับการพัฒนาซอฟต์แวร์เกมส์ ทั้งแบบ 2D และ 3D บางเครื่องมือและภาษาเหมาะกับการทำแอพพลิเคชั่นขนาดเล็ก ติดตั้ง โหลดลงเครื่องและใช้งานได้เลย ประหยัดงบประมาณได้เยอะ
บางเครื่องมือและภาษาเหมาะกับการจัดการข้อมูลจำนวนมากมีการรับส่งข้อมูลระหว่าง Application และ Server API เครื่องมือแต่ละตัว หรือภาษาทุกภาษา มีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกัน เลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน “put right tool on the right job”

ใส่ความเห็น